roam

อากาศและสารละลายอาหารพืช ผ่านท่อ PVC มีแผ่นโฟมเจาะรูเป็นวัสดุปลูกปัจจุบันนิยมใช้ปลุกกันมากทั้งระบบ NET และ DRFT นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าเป็นระบบ NFT ข้อดีก็คือผักจะเจริญเติบโตได้ดีกว่า เร็วกกว่า ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องรากเน่า ที่สาเหตุเกิดจากอุณหภูมิของสารละลายธาตุอาหาร พืชร้อนมากในช่วงฤดูร้อน หรือ ฤดูฝน ในน้ำนั้นนอกจากจะมีปุ๋ยแล้วยังมีออกซิเจนอยู่ด้วย รากผักนอกจากจะต้องกินปุ๋ยกินน้ำแล้วยังต้องใช้ออกซิเจนเพื่อการสันดาปในการปรุงอาหารแล้วส่งไปที่ใบ    ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือน้ำต่างก็จะถูกส่งไปที่ใบเพื่อปรุงอาหาร ส่วนใบก็ใช้แสงแดดเป็นพลังงานเป็นตัวปรุงอาหาร เช่นกัน อาจารย์ชนินทร์ กล่าวต่ออีกว่าในระบบ NET ถ้าดูจากฟาร์มของตนจะมีการเติมออกซิเจนคล้ายๆ กันระบบเติมอากาศในตู้ปลา ที่เวลาเราเลี้ยงปลาจะ ต้องมีการเติมออกซิเจนเข้าไปในน้ำ ช่วยให้ปลาหายใจได้ดีขึ้น ซึ่งออกซิเจนที่เติมเข้าไปนี้จะไปช่วยให้สารละลายธาตุ อาหารพืชมือออกซิเจนอย่างเพียงพอ

ผมทำผักไฮโดรฯ มา 4 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องโรครากเน่าเลย ตรงนี้เป็นข้อดีของระบบ NFT แต่ข้อด้อยของระบบนี้ก็มีคือว่า การลงทุนค่อนข้างสูงกว่าถ้าเทียบกับระบบ DRFT

คราวนั้นผมทำงานส่วนตัวอย่างอื่นยังไม่ได้ทำผักจนกระทั่ง เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก็มาคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องกลับมาทำงานที่บ้านเกิดแล้ว คือ ที่อำเภอสันกำแพงที่อยู่ในปัจจุบันนี้”   อาจารย์ชนินทร์ กล่าวและว่า ก็มาคิดถึงเมื่อครั้งที่ไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นจึงคิดว่าเราน่าตะหาอะไรที่เป็นสิ่งที่เราชอบ ก็เลยมารื้อฟื้นความรู้ รื้อฟื้นอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับผัก ไปศึกษาดูงานหลายๆ พื้นที่ แล้วก็มาสรุปว่าจะต้องทำอะไรดี มาลงเอยที่ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ระบบเอ็นเอฟที(NFT) หรือที่เรียกกันว่า นิวเทรียนท์ ฟิลม์ เทคนิค (Nutrient Film Technique)   เป็นการปลุกพืชโดยใช้รากของพืชแช่อยู่ในสารละลายธาตุอาหารพืชโดยตรง ซึ่งสารละลายจะไหลเป็นแผ่นฟิล์มบางๆในรางปลูกการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์รายแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ก็คือ สวนผักที่อยู่ติดกับ เซ็นทรัลแอร์พอร์ตทางไปสนามบิน เชียงใหม่ ทำมา 15 – 16 ปีแล้ว

“ฟาร์มของผมก็เอาตัวอย่างมาจากเขาใช้ระบบแอ็คเซ็นท์ไฮโดรโปนิกส์ของออสเตรเลีย เป็นเทคโนโลยีชั้นสูงที่ทันสมัยพูดถึงในแง่ของเทคนิค ในบ้านเราก็มีทำกันขึ้นมาหลายรายราคาวัสดุและอุปกรณ์ค่อนข้างถูก ผมว่าถ้าใครสนใจจะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในปัจจุบันนี้เรื่องราคาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ นั้นถูกกว่าสมัยก่อนมาก” อาจาร์ยชนินทร์ กล่าวและว่าจริงๆแล้วในบ้านเรานิยมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์อยู่ 2 ระบบ คือ ระบบ NFT และ ระบบ DRFT (Dynamic Root Floating Technique) เป็นการปลูกพืชแบบระบบให้สารละลายธาตุอาหารพืช และ อากาศไหลวนผ่านรากพืชในระดับลึกอย่างต่อเนื่องในถาดปลูก   ระบบปลูกแบบ DRFT นี้ได้พัฒนาเพิ่มเติมมาจากระบบ DRF (Dynamic Root Floating) ซึ่งระบบนี้ก็พัฒนามาจากระบบ DFT ( Deep Flow Technique) อีกทอดหนึ่ง แต่เพิ่มการไหลเวียนของ การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ไม่ใช่ เรื่องยากสำหรับผู้ที่ตั้งใจปลูก และรักที่จะผลิตเพื่อสุขภาพ เพื่อตนเองและผู้บริโภค การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จะเป็นเรื่องยากกับผู้ที่คิดฉาบฉวยไม่ตั้งใจปลูกหรือหวังเพียงแค่ขอให้ได้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ตามกระแสสังคมเท่านั้นในกลุ่มนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเลยกับการผลิตผักเพื่ออสุขภาพเหตุก็เพราะการไม่มีใจทุ่มเทให้กับงานปลูกผักไฮโดรโปนิกส์อย่างแท้จริง ขาดความละเอียดอ่อน และการ ดูแลเพื่อหวังผลแห่งความสำเร็จ

ผักเพื่อสุขภาพ ระบบไฮโดรโปนิกส์

ปลุกบริโภคเอง หรือ ทำเป็นธุรกิจก็ดี

ผักไฮโดรโปนิกส์ คือ ผักที่ผ่านกระบวนการปลูกในน้ำที่มีธาตุอาหารพืชละลายอยู่ เป็นกระบวนการปลุกพืชที่ไม่ใช้ดินตามธรรมชาติ แต่ใช้น้ำ เป้นองค์ประกอบหลักร่วมกับ ธาตุอาหารพืช ผ่านระบบการดูดซึมของรากไปสร้างความเจริญเติบโตทางลำต้นใบ และดอกแก่ต้นพืช การปลุกพืชระบบไฮโดรโปนิกส์นี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะเกิดขึ้น ย้อนไปดูเมื่อราว 600 ปีก่อนคริสกาล ก็มีการพยยามปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินที่สวนลอยน้ำบาบิโลน และในช่วงศตวรรษที่ 11 ก็มีสวนลอยน้ำแห่งอัสเต็กซ์มาก่อน ปี ค.ศ. 1600 แจน แบบติสตาแวน เฮลมอนต์ นักวิทยาศาสตร์ชาว เบลเยี่ยม ทดลองปลุกต้นวิลโลว์ในดินที่บรรจุไว้ในห่อแล้วรดด้วยน้ำฝนเป็นเวลานานถึง 5 ปี ผลปรากฏว่า ต้นวิลโลว์เจริญเติบโตดีมาก จึงสรุปได้ว่าพืชได้รับอาหารจากน้ำในการเจริญเติบโต

ต่อมามาในปี ค.ศ. 1699  จอนห์น วูดเวิร์ด นักวิจัยชาวอังกฤษได้ทดลองวิจัยการปลูกพืชไร้ดินเป็นคนแรก ทดลองการปลุกพืชในน้ำ โดยการเติมดินที่มีธาตุอาหารพืชหลายๆชนิดละลายลงไปในน้ำ เพื่อให้ระบบรากพืชดูดซึมสารละลายธาตุอาหารขึ้นไปหล่อเลี้ยงลำต้น การทดลองในครั้งนั้นเป็นการยืนยันว่า นอกจากการปลูกพืชในดินแล้ว เรายังปลูกพืชในน้ำที่มีสารละลายธาตุอาหารของพืชผสมอยู่ได้ กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ฌ๊อง บัชติสต์ บูแซงโกลต์ นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ทดลองและวิจัยพบว่าสามารถปลูกพืชในทรายได้ โดยใช้สารละลายธาตุอาหาร พืชผ่านระบบรากพืช

ปี ศ.ศ. 1860 จูเลียส ฟอนซัคส์ นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน คิดค้นสาละลายธาตุอาหารพืช มาตรฐานเป็นคนแรก จากนั้นก็มีการคิดค้นสารละลายธาตุอาหารพืชสูตรต่างๆ ขึ้นมาอีก โดย วิลเฮล คน็อป นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน คิดค้นสูตรสารละลายธาตุอาหารพืชเสริมเข้ามาอีกเป็นสูตรละลายของเกลืออนินทรีย์

ปี ศ.ศ. 1925 ศาสตราจารย์วิลเลียม เอฟ เกริกซื แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟฟอรืเนีย ได้พัฒนาเทคนิค การเติมอากาศ ลม และ สารละลายธาตุอาหารพืชลงไปในน้ำที่ใช้เป็นวัสดุปลูกพืช สามารถนำวิธีการไฮโดรโปนิกส์ไปใช้ในเชิงธุรกิจได้ ทำให้ศาสตราจารย์ วิลเลียม ได้รับการยกย่องว่าเป็น บิดาแห่งเทคโนโลยีไฮโดรโปนิกส์สมัยใหม่ ได้สาธิตการปลูกมะเขือเทศในน้ำ สำเร็จ เป็นการยืนยันว่าพืชเจริญเติบโตโดยไม่ต้องใช้ดินเป็นวัสดุปลูกได้ พร้อมทั้งได้เทียบคำศัพท์ในภาษากรก ที่มีความหมายถึง การเกษตร คือ geoponics ที่หมายถึงศาสตร์แห่งการปลูกพืชที่ใช้ดินมาเป็นศัพท์คำใหม่ว่า ไฮโดรโปนิก หมายถึงการปลูกพืชในน้ำ

ไฮโดร หมายถึง น้ำ

โปโนส หมายถึงการทำงานหรือแรงงาน

อิกส์ หมายถึง ศาสตร์หรือศิลปะ